ฉันนี่แหละ “ศิลปินตัวจริง”

ถ้าถามว่าในวงการฟุตบอลอิตาลี ใครคือกองกลางที่เก่งที่สุด คงจะตอบได้ยาก แต่ถ้าถามถึงนักเตะที่มีฝีเท้าเสมอต้นเสมอปลายและทำผลงานให้แก่สโมสรต้นสังกัดมากที่สุด เราจะนึกถึงอันเดรีย ปีร์โล่เป็นคนแรก

แน่นอนว่าตลอดชีวิตของการค้าแข้ง อันเดรีย ปีร์โล่ คือนักเตะที่หากินในบ้านเกิดตัวเองมาโดยตลอด ที่สำคัญเขาแทบจะเป็นคนเดียวบนโลกนี้ที่สามารถพาตัวเองไปอยู่ในสโมสรระดับชั้นนำอย่าง เอซี มิลาน , อินเตอร์ มิลาน และยูเวนตุสได้โดยที่ประสบความสำเร็จทางอาชีพกับทุกสโมสร

สไตล์การเล่นเฉพาะตัวที่ยากจะลอกเลียนแบบ มันคือการผสมผสานของการเล่นบอลแบบนักฟุตบอลสมัยเก่าและสมัยใหม่รวมกัน และนั่นกลายมาเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอล

ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นการค้าแข้งกับสโมสรเบรสชาในขณะที่อายุยังไม่ 16 ปีเต็ม ทำให้ในเวลานั้นปีร์โล่กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรและกัลโช่ เซเรีย อาที่ได้ลงเล่นในลีกระดับประเทศ ด้วยฝีเท้าและการเล่นฟุตบอลที่ชาญฉลาด ทำให้ตำแหน่งของเขาไม่ต่างอะไรกับการเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ยืนอยู่ด้านหลังกองหน้า ทำหน้าที่สนับสนุนให้เพื่อนจบสกอร์ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาถนัด

แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีไอดอลเป็นของตัวเอง ปีร์โล่เองก็เช่นกัน เขาบูชาโรแบร์โต้ บาจโจ้เอามากๆ และพยายามศึกษาซึมซับวิธีการเล่นทุกๆ อย่างจากเปียทองคำอยู่ตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งเขาทั้งคู่ได้โคจรมาลงเตะร่วมกันและเป็นปีร์โล่เองที่จำต้องขยับตำแหน่งตนเองลงมายืนเป็นกลางรับแทน เพราะตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกนั้นเป็นของบาจโจ้นักเตะที่เขารักและบูชาที่สุด

และนั่นทำให้เขาทั้งสองสร้างผลงานสุดยอดให้แก่สโมสร โดยพาทีมเลื่อนชั้นจากเซเรียบี ขึ้นมาสู่เซเรียอา และจบฤดูกาลในอันดับที่สวยหรูมากๆ ที่อันดับ 8 ถือเป็นคู่หูแดนกลางที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น

หลังจากออกจากรั้วเบรสชาสู่เอซี มิลาน เขาพัฒนาศักยภาพตนเองไปอีกขั้น ครบเครื่องในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการเป็นจ้าวแห่งลูกตั้งเตะ พาทีมเอซี มิลานคว้าแชมป์หลากหลายรายการตลอดจนผลงานในทีมชาติที่เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมอัซซูรี่คว้าแชมป์โลก ปี 2006 ที่เยอรมัน ในขณะที่โรแบร์โต้ บาจโจ้ขวัญใจของเขาแขวนสตั๊ดไปก่อนหน้านั้น 2 ปี

ท้ายที่สุดในช่วงชีวิตของการค้าแข้งในบ้านเกิด ปีร์โล่ย้ายมายูเวนตุสและใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในการทุ่มเทพาทีมคว้าแชมป์สคูเด๊ตโต้ถึง 3 สมัยซ้อน ก่อนตบเท้าออกจากอิตาลี มุ่งหน้าสู่เมเจอร์ลีกโดยร่วมทีมนิวยอร์ค ซิตี้เอฟซี ( ตามหลังแฟรงค์ แลมพาร์ด และดาบิด บียา )

อันเดรีย ปีร์โล่คือแบบอย่างของนักเตะพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีดีแค่ฝีเท้า หากแต่ใช้มันสมองทำงานร่วมกันกับการเล่นฟุตบอลตลอดเวลา เขาคือคนที่ทำให้เกมส์ฟุตบอลมีความแตกต่าง การเคลื่อนที่หาช่องว่าง การจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู หรือการสังหารฟรีคิกสวยๆ มากมาย

เหล่านี้คือแรงบันดาลใจให้แก่นักฟตุบอลหลายต่อหลายคนในรุ่นหลังๆ เช่นเดียวกับที่เขาเคยรับพลังแห่งแรงบันดาลใจนั้นจากโรแบร์โต้ บาจโจ้จนทำให้เขาเป็นนักเตะที่ดีในวันนี้

ปีร์โล่เคยกล่าวว่า “ต้องขอบคุณบาจโจ้มากๆ ที่ทำให้ผมเป็นผมในวันนี้ ผมโคตรเป็นหนี้บุญคุณเขาเลยจริงๆ”

ชมคลิป การประสานงานของปีร์โล่และบาจโจ้

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์