ทำอย่างไร จึงไม่ปวดหลัง

1. นอนพัก
นอนหงาย บนพื้นกระดานหรือที่นอนที่แน่นและราบเรียบ อย่านอนบนเตียงสปริง หรือเตียงฟองน้ำ อาจยกขาพาดบนเก้าอี้เตี้ยๆ หรืองอเข่าทั้งสอง

2. ใช้ความร้อนประคบ
ตากแดดหรือใช้ความร้อนประคบที่หลัง ลูกประคบอาจเป็นสมุนไพร เช่น ไพล เกลือ อิฐ ที่ทำให้ร้อน หรือใช้ขวดแบนใส่น้ำร้อน ระวังอย่าให้ผิวหนังไหม้ ควรห่อผ้าไว้ก่อนประคบ

3. นวดหลังด้วยมือ
นวดหลัง โดยกดด้วยส้นมือหรือนิ้วมือทั้งสี่ที่กล้ามเนื้อสองข้างของกระดูกสันหลัง อาจใช้นิ้วหัวแม่มือ
คลึงที่กล้ามเนื้อ เพื่อให้ผ่อนคลายความเกร็ง อย่าทุบหรือขึ้นไปเหยียบเด็ดขาด อาจใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำนวดด้วยก็ได้

4. ก. นอนชันเข่าบิดตัวไปมา
ข. นอนหงายบนพื้นไม้ ชันเข่าทั้งสองให้หัวไหล่อยู่กับที่ หมุนขาทั้งสองให้ไปทางซ้ายจนหัวเข่าซ้ายแตะกับพื้น แล้วกลับมาทางขวาจนหัวเข่าแตะพื้น เข่าทั้งสองต้องไปด้วยกันตลอดเวลา ทำช้าๆ ข้างละ 5-10 ครั้ง อาจให้คนอื่นช่วยโยกเข่าให้ขณะเจ็บปวดอยู่

5. เอาผ้าพันหลัง
ถ้าจำเป็นต้องทำงานต่อ หาผ้ายืดหรือผ้าขาวม้าพันรัดรอบเอวให้แน่นอย่าก้มเป็นอันขาด อาจเอาผ้าอีกผืนหนึ่งเสริมที่บริเวณบั้นเอว

6. กินยา
ถ้าปวดมาก จนทนไม่ไหว อาจกินยาแอสไพริน 2 เม็ด หลังอาหารแล้วดื่มน้ำมาก ๆ

7. ว่ายน้ำ
ถ้าอยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง ควรจะลงว่ายน้ำหรือลอยตัวอยู่ในน้ำ ไม่ควรว่ายน้ำถ้าน้ำเย็นจัด อาจหาทุ่นเกาะไว้ แล้วค่อย ๆ ถีบน้ำไปช้า ๆ

8. บริหาร
ท่าที่ 1
นอนหงาย ให้หลังทั้งหลังนอนราบอยู่บนพื้น อาจชันเข่าทั้งสองไว้ เอามือทั้งสองวางบนหน้าท้อง เพื่อให้รู้สึกว่า เวลาหายใจเข้า ท้องจะโป่งขึ้น เวลาหายใจออก ท้องจะยุบลงการหายใจ ใช้จมูกหายใจเข้าแล้วเป่าลมออกทางปาก

ท่าที่ 2
นอนหงาย ชันเข่า กลั้นหายใจไว้ โดยพยายามให้หลังแนบติดกับพื้น แล้วยกสะโพกสูงขึ้น ให้เป็นแนวเดียวกันกับลำตัว แล้วค่อย ๆ ปล่อยสะโพกลงมาอยู่ในท่าเริ่มต้น ทำ 5 ครั้ง

ท่าที่ 3
ก. นอนหงาย ขาทั้งสองเหยียดตรง งอเข่าซ้ายชิดหน้าอก
ข. เหยียดขาให้ตรงขึ้นไปทางเพดาน ให้หัวเข่าตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปล่อยขาลงช้า ๆ จนแตะพื้น งอ
เข่าขวา แล้วเหยียดตรง เช่นเดียวกับขาซ้าย ทำสลับกัน ข้างละ 5-10 ครั้ง

ท่าที่ 4
นอนคว่ำ ขาขวาเหยียดตรง แล้วยกขึ้นให้พ้นพื้น พร้อมกับยกแขนซ้ายขึ้น ยกศีรษะขึ้น ทำสลับกับแขน ขวาและขาซ้าย ข้างละ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5
นอนคว่ำ มือไขว้หลัง ยกศีรษะและหัวไหล่ขึ้นให้พ้นพื้น อาจยกขาทั้งสองขึ้นให้พ้นจากพื้นด้วยขณะที่ยกอยู่ นับในใจจาก 1 ถึง 10 แล้วลง ทำ 5 ครั้ง

ท่าที่ 6
ตั้งท่าอยู่ในลักษณะคลาน พยายามโก่งหลังให้เป็นส่วนโค้งขึ้น จากนั้นแอ่นหลังลงให้มากที่สุด ที่บั้นเอวแขนทั้งสองต้องเหยียดตรง ให้บั้นเอวโก่งขึ้นแอ่นลง ทำสัก 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 7
ตั้งท่าอยู่ในลักษณะคลาน ยกมือซ้ายเหยียดไปข้างหน้าพร้อมกับขาขวา ทั้งแขนซ้ายและขาขวาต้องเหยียดตรง กลับสู่ท่าคลานใหม่ แล้วเหยียดแขนขวาและขาซ้าย ทำสลับกันข้างละ 10 ครั้ง

ท่าที่ 8
ก. นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีที่พิงหรือนั่งพิงกำแพงไว้ พยายามให้หลังบริเวณบั้นเอวชิดติดกับที่พิงหรือกำแพง
นับในใจจาก 1 ถึง 10 ปล่อยตามสบาย แล้วทำอีกประมาณ 5-10 ครั้ง ต้องพยายามให้หลังทั้งหลังชิดแนบติดกับที่พิง อย่าให้หลังโค้ง
ข. ท่านั่งที่ผิด

ท่าที่ 9
นั่งเหยียดขาขวาและงอขาซ้ายไว้พยายามให้มือขวา แตะกับปลายนิ้วเท้าของขาขวา ทำสลับกัน โดยเหยียดขาซ้าย และงอขาขวาไว้ เอามือซ้ายแตะปลายนิ้วเท้าซ้ายทำข้างละ 10 ครั้ง

ท่าที่ 10
ยืนตัวตรง ยกแขนทั้งสอง ขึ้นเหนือศีรษะ วางขาซ้ายอยู่หลังลำตัวแล้วแอ่นไปข้างหลังให้มากที่สุดทำสลับกับขาขวา ทำข้างละ 10 ครั้ง
/ขอบคุณ หมอชาวบ้าน